title
สำนักงานทางหลวงที่ 9
Office of Highways 9
วิสัยทัศน์ : ระบบทางหลวงที่สะดวกปลอดภัย เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
 
ข่าวสารทางหลวง
title
ก่อสร้างทางสายใหม่ อ.อรัญประเทศ-ชายแดนไทย/กัมพูชา จ.สระแก้ว

กรมทางหลวงก่อสร้างทางสายใหม่ อ.อรัญประเทศ-ชายแดนไทย/กัมพูชา จ.สระแก้ว ส่งเสริมภาคขนส่ง-การค้าการลงทุน เชื่อมโยงโครงข่ายชายแดนไทย-กัมพูชา รองรับ AEC คืบหน้ากว่า 70% คาดแล้วเสร็จประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2565 กรมทางหลวง โดยสำนักก่อสร้างทางที่ 1 ดำเนินโครงการก่อสร้างขยายทางหลวงสายใหม่หมายเลข 3646 สาย อ.อรัญประเทศ -ชายแดนไทย/กัมพูชา (บ.หนองเอี่ยน-สตึงบท) ตั้งแต่ กม. 0+000 – กม.25+211 ระยะทาง 25.211 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายทางหลวงหมายเลข 33 – ทางหลวงหมายเลข 3366 – สะพานข้ามคลองพรมโหด – บ้านหนองเอี่ยน ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ไปยัง บ้านสตึงบท ต.ปอยเปต อ.โอโจรว จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา เพื่อรองรับปริมาณจราจรที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต เนื่องจากการค้าบริเวณชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวร บ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว (บริเวณตลาดโรงเกลือ) ปัจจุบันมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้จุดผ่านแดนมีความหนาแน่น เกิดการติดขัดของการจราจรบริเวณด่านพรมแดนจากรถที่มาขนส่งสินค้า รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มาซื้อสินค้าที่ตลาดโรงเกลือ ดังนั้นเพื่อขยายพื้นที่การค้าการลงทุนชายแดนบริเวณบ้านหนองเอี่ยน จึงมีได้ก่อสร้างทางหลวงแนวใหม่เพื่อให้รองรับการขนส่งที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต กรมทางหลวงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงสายดังกล่าวโดยแบ่งการก่อสร้างเป็น 2 ตอน ตอนที่ 1 ระหว่าง กม.0+000 – กม.10+500 ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร และตอนที่ 2 ระหว่าง กม.10+500 – กม.25+211 ระยะทาง 14.7 กิโลเมตร ก่อสร้างเป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษ 4 ช่องจราจร ผิวทางคอนกรีตกว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านในกว้าง 1.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร เกาะกลางเป็นแบบกดเป็นร่อง (DEPRESSED MEDIAN) พร้อมสะพานข้ามทางรถไฟเป็นสะพานคู่ที่มีช่องจราจรรวม 4 ช่องจราจร กว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านในกว้าง 1.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร ช่องว่างระหว่างสะพาน 9 เมตร ทางกลับรถใต้สะพาน 2 ช่องจราจรกว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางกว้าง 1.50 เมตร และ 2.50 เมตร เพื่ออำนวยความสะดวกปลอดภัยให้กับประชาชน และติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างตลอดเส้นทาง งบประมาณ 2,070 ล้านบาท ปัจจุบันการก่อสร้างคืบหน้ากว่า 70% คาดว่าจะก่อสร้างจะแล้วเสร็จประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ทั้งนี้ เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยลดระยะเวลาการเดินทาง ประหยัดค่าใช้จ่าย และลดปัญหาการติดขัดของการจราจรจากรถขนส่งสินค้าบริเวณด่านพรมแดน บ.คลองลึก รวมถึงสนับสนุนศักยภาพจุดผ่านแดนถาวรแห่งใหม่โดยการขยายพื้นที่การค้าการลงทุนบริเวณชายแดนในการรับการส่งออกและการนำเข้าสินค้าระหว่างประเทศตามนโยบายด้านโลจิสติกส์ของประเทศ และเป็นส่วนในการส่งเสริมนโยบายและแนวทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ในอนาคต
title
กรมทางหลวงเตรียมพร้อมเฝ้าระวังรองรับอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มช่วงฤดูฝนทั่วประเทศ

กรมทางหลวงเตรียมพร้อมเฝ้าระวังรองรับอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มช่วงฤดูฝนทั่วประเทศ พร้อมลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนผู้ใช้เส้นทางทันที นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่าขณะนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูฝน เกิดฝนตกและลมกระโชกแรงในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เกิดวาตภัย ต้นไม้ล้มทับทาง ดินโคลนถล่ม ส่งผลกระทบต่อระบบคมนาคมขนส่งและการสัญจรของประชาชนผู้ใช้เส้นทาง และเพื่อเป็นการป้องกันและบรรเทาสถานการณ์ภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดประกอบด้วย สำนักงานทางหลวง ศูนย์สร้างทาง ศูนย์สร้างและบูรณะสะพาน แขวงทางหลวง และหมวดทางหลวงทั่วประเทศ ดำเนินการตามมาตรการเตรียมความพร้อมทั้งบุคลากรและเครื่องจักรตลอดเวลา 24 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกและปลอดภัยให้กับประชาชนตามนโยบายนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ดังนี้ - ตรวจสอบสภาพความเรียบร้อยของผิวทาง ต้องไม่มีหลุมบ่อ พร้อมสำรวจพื้นที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติ สะพาน ท่อระบบน้ำ ร่องน้ำในเขตทางให้อยู่ในสภาพดี พร้อมใช้งานและดำเนินการขุดลอกร่องระบายบริเวณสองข้างทาง ทำความสะอาดช่องทางระบายน้ำ กำจัดเศษขยะวัชพืชมิให้กีดขวางทางระบบน้ำ ตัดแต่งกิ่งไม้ และจัดเตรียมเครื่องจักร ยานพาหนะ วัสดุอุปกรณ์ เครื่องสูบน้ำ สิ่งอำนวยความปลอดภัยป้ายจราจร หรือป้าย Knock Down ป้ายแนะนำเส้นทาง หลักนำทาง ไฟกระพริบ ฯลฯ ให้สามารถใช้งานได้ทันที เมื่อเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติ - สำหรับในกรณีเมื่อเกิดภัยพิบัติให้หน่วยงานในพื้นที่เข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุดรวมถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้น - เมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงหรือมีความจำเป็นเร่งด่วนให้ผู้บริหารในพื้นที่เข้าไปดำเนินแก้ไขปัญหาทันที และรายงานผู้บริหารในส่วนกลางจนกว่าเหตุการณ์จะยุติ และเมื่อเกิดเหตุทางขาด สะพานขาดหรือชำรุด ให้ขอความร่วมมือจากศูนย์สร้างทาง ศูนย์สร้างและบูรณะสะพาน เพื่อขอรับการสนับสนุนเจ้าหน้าที่เครื่องจักรและสะพานเบลีย์ (สะพานเหล็กชั่วคราว) ให้เข้าดำเนินการให้เข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกับแขวงทางหลวงโดยทันที . - ให้ทุกหน่วยงานติดตามเฝ้าระวังและรายงานข้อมูลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าระบบบริหารงานภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินของกรมทางหลวงอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะปกติ รวมถึงให้ติดตามการเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยา และศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังได้กำชับหน่วยงานในสังกัดกรณีเกิดภัยพิบัติให้ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสนับสนุนเครื่องมือเครื่องจักร ยานพาหนะ กรณีมีการร้องขอจากหน่วยงานอื่นๆ หรือประชาชน พร้อมขอให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางหลวงเดินทางด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่คาดว่าจะเกิดความสุ่มเสี่ยง พร้อมขอให้ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และหากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ และสายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)
title
เปิดให้บริการชั่วคราวมอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ช่วง ปากช่อง – สีคิ้ว

เปิดแล้ว! นายกรัฐมนตรี ปล่อยขบวนรถเปิดให้บริการชั่วคราวมอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ช่วง ปากช่อง – สีคิ้ว ระหว่างวันที่ 9 - 19 เม.ย. 64 เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์             วันนี้ (7 เมษายน 2564) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 สาย บางปะอิน - สระบุรี - นครราชสีมา ช่วงอําเภอปากช่อง - อําเภอสีคิ้ว มั่นใจช่วยเพิ่มความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัยให้กับประชาชนในการเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 โดยมีนายอภิสิทธิ์ พรหมเสน รองอธิบดีกรมทางหลวง และนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ร่วมให้การต้อนรับ ณ จุดตัดกับถนนมิตรภาพ กิโลเมตรที่ 65 บ้านหนองไผ่ล้อม ตําบลหนองสาหร่าย อําเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา             นายอภิสิทธิ์ พรหมเสน รองอธิบดีกรมทางหลวง ฝ่ายบำรุงทาง เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้กรมทางหลวง เปิดให้บริการชั่วคราวทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 (มอเตอร์เวย์) ช่วง ปากช่อง – สีคิ้ว ระยะทาง 35.75 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. เวลา 6:00 น. จนถึงวันที่ 19 เม.ย. 64 เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรในเส้นทางสู่ภาคอีสาน ซึ่งกรมทางหลวงได้เตรียมความพร้อมในการเปิดใช้งานดังกล่าว โดยการปรับปรุงทางเชื่อมทางเข้า – ออก ปรับปรุงจุดกลับรถ ไฟฟ้าแสงสว่าง เพิ่มป้ายประชาสัมพันธ์ อุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย และปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนเดินทางเหลื่อมเวลา”บ้านใกล้กรุงเทพฯให้เดินทางออกทีหลัง และเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯก่อน” ซึ่งการกระจายการเดินทางจะเป็นแนวทางช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดได้เป็นอย่างดี             ทั้งนี้ การเปิดให้บริการทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 จะมีจุดเริ่มต้นทางเข้าบริเวณทางเบี่ยงบนทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) กม.65 และไปสิ้นสุดทางออกที่ทางหลวงหมายเลข 201 กม.5+400 ซึ่งกรมทางหลวงได้จัดการจราจรทิศทางเดียวในแต่ละช่วงเวลา (จำนวน 2 ช่องจราจร) แบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา คือ วันที่ 9 – 13 เม.ย. 64 รองรับทิศทางขาออก (มุ่งหน้าภาคอีสาน) และ วันที่ 14 – 19 เม.ย. 64 รองรับทิศทางขาเข้า (มุ่งหน้ากรุงเทพฯ) ในส่วนฝั่งกลับกันจะสงวนไว้ใช้สำหรับบริการฉุกเฉิน             รองอธิบดีกรมทางหลวง กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับความคืบหน้าภาพรวมโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 สาย บางปะอิน – นครราชสีมา จำนวน 40 ตอน ระยะทาง 196 กิโลเมตร ปัจจุบันงานก่อสร้างโยธาภาพรวม อยู่ที่ 93 % งานก่อสร้างระบบอยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าจะเปิดใช้งานเต็มรูปแบบได้ในต้นปีพ.ศ.2566 ซึ่งเมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนมิตรภาพที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น ส่งผลให้ผู้ใช้ทางสามารถเดินทางได้สะดวก รวดเร็วและปลอดภัยอีกด้วย             นายอภิสิทธิ์ พรหมเสน รองอธิบดีกรมทางหลวง กล่าวปิดท้ายว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัด ดูแลเรื่องความสะดวก ปลอดภัย และให้บริการประชาชนอย่างเต็มที่ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ทุกโหมดการเดินทางทั้งทางบก ราง น้ำ และทางอากาศ หากประชาชนผู้ใช้ทางต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทาง สภาพการจราจร แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย หรือขอความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรี 24 ชั่วโมง) สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 และตำรวจทางหลวง 1193